Knowledges

เ พ ช ร กับ พ ล อ ย ต่างกันยังไง ?

เ พ ช ร กับ พ ล อ ย ต่างกันยังไง ?

ผมเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จัก เพชร กับ พลอย กันดีอยู่แล้ว แต่เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า เพชร กับพลอย ต่างกันยังไง แบบไหนที่เราเรียกว่าเพชร แบบไหนที่เราเรียกว่าพลอย ถ้าใสๆไม่มีสี เรียกเพชร ถ้ามีสีสันเรียกพลอย จะใช่หรือไม่ 

วันนี้เรามาค้นหาคำตอบด้วยกันครับ กับบทความที่สอง " เ พ ช ร กับ พ ล อ ย ต่างกันยังไง ? "

บทความที่แล้ว ผมได้นำเสนอพื้นฐาน “โ ค ต ร ง่ า ย” เกี่ยวกับอัญมณี ที่คุณจำเป็นต้องรู้ ไปแล้ว 📒📗📘

หากจะบอกความแตกต่างกันจริงๆ ก็มีประเด็นให้พูดถึง และอธิบายเยอะมากเลยครับ ทั้งสูตรเคมีที่เป็นองค์ประกอบของโครงสร้าง หรือคุณสมบัติอื่นๆ

แต่วันนี้ ผมจะมาแยกเพชร และพลอยออกจากกันเป็นกลุ่มๆ ให้เข้าใจง่ายที่สุด และเห็นภาพมากที่สุดด้วยคุณสมบัติ "ค ว า ม แ ข็ ง" ครับ 🔨🔨🔨

ฟรีดรีช โมห์ เป็นนักธรณีวิทยาท่านแรก ที่ได้ทำการจัดลำดับความแข็งของวัตถุชนิดต่างๆ โดยนำเอาแร่บางชนิด มาเป็นตัวแทนจัดลำดับค่าความแข็งโดยเริ่มตั้งแต่ ลำดับที่ 1 คือ อ่อนที่สุด ไปจนถึงลำดับที่ 10 คือลำดับที่แข็งที่สุด ไม่ใช่แข็งที่สุดเฉพาะในแร่เท่านั้น แต่แข็งที่สุด ในบรรดาสิ่งที่ ธ ร ร ม ช า ติ สร้างขึ้นทั้งหมด 💎💎💎

ข้อสังเกตุคือ ความแข็ง เป็นความทนทานต่อการ "ขูดขีด" ซึ่งไม่ได้สัมพันธ์กับการแตกหักแต่อย่างใด วัตถุแข็งลำดับ 6 จะไม่สามารถขูดวัตถุที่แข็งลำดับ 7 ให้เป็นรอยได้ ซึ่งนั้นหมายความว่า จะไม่มีวัตถุไหน ที่สามารถขูดวัตถุที่แข็งลำดับ 10 ให้เป็นรอยได้ นอกจากตัวมันเองที่แข็งลำดับ 10 เท่ากันครับ

แต่เมื่อวัตถุที่แข็งที่สุดตกลงพื้น ก็สามารถแตกได้ครับ เพราะการแตกหัก ไม่ได้สัมพันธ์กับ ความแข็ง แต่สัมพันธ์กับ "ค ว า ม เ ห นี ย ว" ครับผม พอมองเห็นภาพมั้ยครับ ซึ่งอัญมณีที่เหนียวที่สุดคืออะไร ใครรู้บ้างครับ ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก . .
.
.
.
.
.
.
อัญมณีที่เหนียวที่สุด คือ หยก นั้นเองครับ สังเกตุง่ายๆ จากการที่เราเห็นว่าหยก เป็นอัญมณีที่นิยมแกะสลักมาที่สุด เนื่องจากมีเนื้อที่เหนียวนั่นเองครับผม😊😊😊

มาลองทายกันดูครับ ว่า "เ พ ช ร" อัญมณีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และแพงที่สุดจะมีคุณสมบัติด้านความแข็งเป็นอย่างไรจะดีที่สุด เหมาะสมกับชื่อเสียงหรือไม่ ?

เก็บคำตอบไว้ในใจ แล้วหาคำตอบได้จากหน้าต่อๆไปได้เลยครับผม ➡➡➡

ก่อนจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับแร่ ในแต่ละลำดับ ผมต้องบอกก่อนครับว่า ค่าตัวเลขในแต่ละลำดับนั้นเป็นค่าที่เปรียบเทียบกันเท่านั้น ไม่ใช่ค่าหน่วยความแข็ง เพราะช่วงความแตกต่างของความแข็ง ในแต่ละช่วงจะไม่เท่ากัน เช่น ลำดับที่ 9 แข็งกว่าลำดับที่ 8 ถึง 2 เท่า แต่ลำดับที่ 10 แข็งกว่าลำดับที่ 9 ถึง 4 เท่า เป็นต้นครับ 

มาครับ เรามาเริ่มรู้จักแร่ ที่ความแข็งลำดับที่ 1 กันครับ

ลำดับที่ 1 - Talc (ทัลก์)
แร่ทัลก์ เป็นแร่ที่มีความอ่อนมาก เราสามารถใช้เล็บของเรา ขูดแร่ทัลก์ ออกมาเป็นผงได้ (เล็บแข็งลำดับที่ 2.5) จึงนิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ อุตสาหกรรมที่เราคุ้นเคยที่สุด 

ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้แน่ๆ นั้นคือ แป้งฝุ่น นั้นเองครับ วันนี้กลับบ้านไป ลองพลิกกระป๋องแป้งตัวเองดูนะครับ ลองกวาดตามองดูส่วนประกอบ ว่าจะมี "Talc" หรือไม่หาเจอแล้ว มาบอกผมด้วยนะครับ ว่าแป้งยี่ห้ออะไร อิอิ 😊

ลำดับที่ 2 - Gypsum (ยิปซัม)
แร่ยิปซัม เป็นแร่ที่แข็งกว่าแร่ทัลก์ แต่ก็ยังอ่อนกว่าเล็บมือเรา นั้นหมายความว่า เราสามารถใช้เล็บขูดแร่ ยิปซัมให้เป็นรอยได้ประโยชน์ของยิปซัมในทางอุตสาหกรรม คือทำปูนปลาสเตอร์ ปูนซีเมนต์ ใช้ทำปุ๋ย รวมไปถึงใช้ทำชอล์คเขียนกระดานครับ

ลำดับที่ 3 - Calcite (แคลไซต์)
แร่แคลไซต์ อยู่ในตระกูลคาร์บอเนต มีลักษณะพิเศษคือ เวลาโดนกรดเกลือแล้ว จะเกิดฟองฟู่ ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย จึงไม่นิยมใช้ทำเป็นอัญมณี สำหรับประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม คือ เป็นวัตถุดิบผลิตแสงเลเซอร์นั้นเองครับ

เนื่องจากแร่ที่แข็งลำดับ 1-3 มีความแข็งที่ต่ำเสียหายได้ง่าย จึงไม่นิยมนำมาใช้เป็นอัญมณี แต่มักจะนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมมากกว่า อัญมณีที่ได้รับความนิยม จึงมักจะเริ่มจากแร่ที่แข็งลำดับที่ 4 เป็นต้นไปครับ 

ลำดับที่ 4 - Fluorite (ฟลูออไรต์)
เป็นแร่ที่พบได้บ่อย ในปริมาณมาก ถึงแม้ว่าจะมีความแข็งเพียงแค่ 4 ขูดขีดเป็นรอยได้ง่าย นอกจากนี้ยังเปราะ แตกหักได้ง่ายอีกด้วย แต่การที่ฟลูออไรต์มีหลากหลายสีตั้งแต่ สีเหลือง น้ำเงินชมพู ม่วง เขียว น้ำตาล จนถึงใส ไม่มีสี และรูปผลึกที่สวยงาม จึงถูกมองข้ามเรื่องความแข็ง และนิยมนำมาใช้เป็นอัญมณี

ลำดับที่ 5 - Apatite (อะพาไทต์)
อะพาไทต์ เป็นแร่ที่มากในหินหลายชนิด มีหลายสีตั้งแต่ สีเหลือง เขียว ฟ้า น้ำตาล ชมพู ม่วง และใส บางครั้งพบชนิดตาแมว (Cat's eye) แต่ที่มีคุณภาพ และจัดให้เป็นอัญมณี กลับพบน้อยมาก จึงนิยมเป็นบางกลุ่ม ไม่แพร่หลาย

ลำดับที่ 6 - Orthoclase
ออร์โทเคลส เป็นอัญมณีในแร่กลุ่มใหญ่เฟลด์สปาร์ (Feldspar) เนื่องจากเป็นแร่กลุ่มใหญ่มาก จึงมีอัญมณีหลายชนิด ที่เป็นที่รู้จัก เช่น มุกดาหาร(Moonstone) และ หินพระอาทิตย์ (Sunstone) ส่วนตัวผมแล้ว Moonstone เป็นอัญมณีที่ผมชอบมาก เนื้อขาว แสดงสีเหลือบฟ้าทุกครั้งเวลาขยับ น่าค้นหา น่าหลงใหล มีเสน่ห์ดึงดูดจริงๆครับ 

ลำดับที่ 7 - Quartz (ควอตซ์)
ควอตซ์ เป็นแร่ที่มีความหลากหลายในแง่การเกิด และจำนวนชนิดมากที่สุด พบมากที่สุด ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก ด้วยความแข็งระดับ 7 นี้ ถือว่าแข็งมาก ใบมีดคัตเตอร์ ไม่สามารถทำให้ควอตซ์เป็นรอยได้ ในทางกลับกัน ควอตซ์สามารถทำให้ใบมีดคัตเตอร์ แก้ว หรือแม้แต่แผ่นเหล็ก เป็นรอยได้ครับ 💪💪💪

ควอตซ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทผลึกหยาบ และผลึกละเอียด ครับ

📌 ประเภทผลึกหยาบ ที่คุ้นเคย ได้แก่
1. Amethyst - แอเมทิสต์ ชนิดสีม่วง
2. Citrine - ซิทริน ชนิดสีเหลือง
3. Rose Quartz - โรสควอตซ์ ชนิดสีชมพู
4. Smoky Quartz - สโมคกี้ควอตซ์ ชนิดสีควันไฟ
5. Tiger's eye - ควอตซ์ตาเสือ - ชนิดสีน้ำตาลทอง

📌 ประเภทผลึกละเอียด ที่น่าจะรู้จัก ได้แก่
1. Chalcedony - คาลซิโดนี เนื้อนวล โทนฟ้า-เขียว
2. Agate - อะเกต เนื้อสลับกันเป็นชั้นๆ เป็นสีต่างๆ
3. Onyx - โอนิกซ์ มีสีดำเงา บางครั้งเรียกว่า นิล

ลำดับที่ 8 - Topaz (โทแพซ)
หรือหลายท่านอาจรู้จักในชื่อ โทปาส 🔺 เป็นอัญมณีที่มีสีหลากหลาย "สีใส สีเหลือง สีเขียว สีชมพู สีส้ม" โดยสีที่มีราคาแพงที่สุด คือสีส้มอมแดง (Imperial Topaz) แต่สีที่นิยมและพบมากที่สุด กลับเป็นสีฟ้าในโทนต่างๆ 🐳ตั้งแต่สีฟ้าอ่อน สีฟ้าสด ไปจนสีฟ้ามืด ซึ่งเกิดจากการฉายรังสีด้วยรังสีต่างๆครับ ควอตซ์ที่ว่าแข็งแล้ว เจอโทแพซเข้าไปแข็งกว่าควอตซ์ ถึง 2 เท่าเลยครับ แข็งมากจริงๆ 💪💪💪

โทแพซสีฟ้าในโทนต่างๆ ที่พบได้บ่อยๆในตลาดพลอย มีชื่อเรียกเฉพาะตามสี ดังนี้ 

📝 สีฟ้าอ่อน - สกายบลู โทแพซ (Sky blue topaz)
📝 สีฟ้าสด - สวิซบลู โทแพซ (Swiss blue topaz)
📝 สีฟ้ามืด - ลอนดอนบลู โทแพซ (London blue topaz)

ลำดับที่ 9 - Corundum (คอรันดัม)
แร่คอรันดัม ชนิดธรรมดา ที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นอัญมณี เป็นแร่ที่พบในปริมาณมาก และด้วยคุณสมบัติความแข็ง ที่แข็งกว่าลำดับที่ 8 ถึง 2 เท่า จึงนิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผงขัด

ส่วนชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นอัญมณีได้ ถูกจัดให้เป็นอัญมณีที่มีความสำคัญมาก รองจากเพชร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

📚 Ruby (ทิบทิม) - คอรันดัมชนิดสีแดงเท่านั้น
📚 Sapphire (แซปไฟร์) - คอรันดัมสีอื่นๆทั้งหมด 
ที่ไม่ใช่สีแดง และเวลาเรียก จะมีชื่อสีนำหน้า เช่น

1. Blue Sapphire (ไพลิน) - คอรันดัมสีน้ำเงิน
2. Yellow Sapphire (บุษราคัม) - คอรันดัมสีเหลือง
3. Green Sapphire (เขียวส่อง) - คอรันดัมสีเขียวอมน้ำเงิน

นอกจากนี้ ยังมี Pink Sapphire, Orange Sapphire, Purple Sapphire, Yellowish green sapphire, Star Sapphire รวมถึง Color-Change Sapphire

โดยแซปไฟร์สีที่ราคาแพงที่สุด คือ แซปไฟร์ชนิด Padparadscha (แพดพารัชชา) ซึ่งมีสีชมพูอมส้มสวยงามมาก จนคนไทยเรียกกันว่า "เพชรพระราชา"

ลำดับที่ 10 - Diamond (เพชร)
มีใครตอบถูกกันบ้างครับ ว่าเพชรแข็งลำดับ 10 ถ้าถูกนี่เก่งมากเลยครับ ตามที่ทุกคนเคยได้ยินมาว่าเพชร เป็นวัตถุที่แข็งที่สุดในโลก ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าเทียบกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาด้วยตัวของธรรมชาติเอ
เพชรยังคงเป็นที่หนึ่ง แม้แต่คอรันดัมที่แข็งลำดับที่ 9 ก็ยังแข็งน้อยกว่าเพชรถึง 4 เท่าเลยครับ แต่ปัจจุบัน มนุษย์สามารถสังเคราะห์สิ่งที่แข็งกว่าเพชรได้แล้วเช่นกัน แต่อะไรจะน่าภูมิใจไปกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเนอะครับ 😊

#เพชร ถือเป็นอัญมณีที่สำคัญที่สุด มีคุณค่า และราคาสูงกว่าอัญมณีชนิดอื่น นอกจากความแข็งที่สูงที่สุดแล้วยังมีค่าดัชนีหักเหและการกระจายแสงที่สูงมาก จึงมีประกายแวววาว  เล่นไฟดีกว่าอัญมณีชนิดอื่น คุณสมบัติพร้อมขนาดนี้ ก็ต้องยกที่หนึ่งให้เค้าล่ะครับ 😋

ที่สำคัญ เพชรไม่ได้มีเฉพาะสีขาวใสนะครับ เพชรยังมีสีอื่นๆ ที่เราเรียกกันว่า เพชรแฟนซี (Fancy Color) 🔺ได้แก่สีชมพู แดง ส้ม เขียว ฟ้า น้ำตาล และเหลืองเข้ม ครับผม

เราทราบแล้วว่า มีการจัดลำดับแร่ตามความแข็งอย่างไรบ้าง หน้าถัดไปจากนี้ จะเข้าสู่บทสรุป
ที่เป็นสาระสำคัญของเรากันแล้วครับ 

ว่าแล้ว ก็ลุยกันเลยครับ 

แร่ที่เป็นอัญมณี จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ "เ พ ช ร และ พ ล อ ย" 

📚 เพชร - คือ แร่ที่แข็งลำดับที่ 10 เท่านั้น ซึ่งก็มีเฉพาะ "เพชร" เท่านั้น เพชรจึงเป็นเพชร เอ้ งง กันไหมครับ 😂😂😂 แบบนี้ดีกว่าครับ เพชร ก็คือแร่ที่แข็งลำดับที่ 10 ซึ่งแร่ที่แข็งลำดับที่ 10 นี้ ก็มีเพียงแค่เพชรเท่านั้น 💎

📚 พลอย - คือ แร่ที่แข็งตั้งแต่ลำดับที่ 9 ลงมาครับ ซึ่งมีมากมายหลายชนิด แร่ทุกชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นอัญมณีได้ ยกเว้นเพชร จะเรียกว่าพลอยแทบทั้งสิ้นครับ

เนื่องจากเพชร มีเพียง "ห นึ่ ง" ชนิด แต่พลอย กลับมีมากมายหลาย "ร้ อ ย" ชนิด จึงต้องมีการจัดแบ่ง ประเภทพลอยกันสักหน่อย โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ 

📗 ประเภทแรก - พลอยเนื้อแข็ง
เปรียบเสมือน เป็นราชาของพลอยทั้งปวง ดังนั้นคำว่า "พลอยเนื้อแข็ง" จึงยกให้แร่ที่มีความแข็งอยู่ในลำดับที่ 9 เท่านั้น ซึ่งมีเพียงแร่ชนิดเดียว ที่อยู่ในลำดับนี้ ได้แก่ แร่คอรันดัม ครับ 

แร่คอรันดัม ชนิดที่เป็นอัญมณีมีหลากหลายสี ตามที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ด้วยความพิเศษที่ถูกจัดให้เป็นพลอยเนื้อแข็งแต่เพียงผู้เดียว ทำให้อัญมณีในแร่คอรันดัมเป็นเหมือนจุดสูงสุดของพลอยแต่ละสีเลยครับ เช่น

นึกถึงพลอยสีแดง - แน่นอนครับว่าทับทิม เป็นอัญมณีชนิดแรกที่คุณนึกถึง
นึกถึงพลอยสีน้ำเงิน - ไพลินก็ต้องมาเป็นอันดับแรก
นึกถึงพลอยสีเหลือง - บุษราคัมก็มาเป็นอันดับแรกเช่นกัน

ดังนั้นพลอยเนื้อแข็ง จึงมีราคาสูงมาก ยิ่งสวยก็ยิ่งแพง แต่การมีเก็บไว้อย่างน้อยสักหนึ่งเม็ด จะไม่ทำให้คุณเสียใจเลยครับ เมื่อเทียบกับคุณค่าที่คุณยอมจ่าย 

📘 ประเภทที่สอง - พลอยเนื้ออ่อน
คือ พลอยที่มีความแข็งต่ำกว่าลำดับ 9 ทั้งหมด และแต่ละลำดับ จะไม่ได้มีแค่แร่ชนิดเดียวอีกต่อไปเช่น ลำดับที่ 8 นอกจากโทแพซแล้ว ยังมีสปิเนลด้วย

ดังนั้นพลอยเนื้ออ่อน จึงหมายรวมถึงแร่ทั้งหมด ที่มีคุณสมบัติเป็นอัญมณีได้ ยกเว้นแร่คอรันดัมเท่านั้น ตรงนี้พอเข้าใจกันบ้างแล้วเนอะครับ 🎓🎓🎓

ทีนี้ คำว่า "พลอยเนื้ออ่อน" ไม่ได้หมายถึง เนื้อพลอยที่อ่อนจนไม่มีค่านะครับ เป็นเพียงคำที่ใช้เรียก เพื่อแบ่งประเภทพลอยเท่านั้น อย่างที่ผมเคยบอก แร่ควอตซ์ ที่แข็งลำดับ 7 สามารถขูดแก้ว หรือแผ่นเหล็กเป็นรอยได้นั้นหมายความว่า แร่ควอตซ์ต้องแข็งมากๆครับ 💪

ผมมีคำถามครับ ใครรู้จักมรกตบ้างเอ่ยยย ?

มรกต (Emerald) เป็นอัญมณีในแร่เบริล (Beryl) มีความแข็งอยู่ระหว่าง 7.5-8 คำถามของผมคือ มรกต เป็นพลอยเนื้อแข็ง หรือพลอยเนื้ออ่อนครับ ตอบคำถามในใจ แล้วเลื่อนไปดูเฉลยพร้อมๆกันเลยครับ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เฉลยยยย : มรกต เป็นพลอยเนื้ออ่อน นะครับ ใครตอบถูกบ้างเอ่ยยย 👏👏👏

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้จักมรกต ทุกคนให้คุณค่ากับมรกตมาก วันหนึ่ง หากคุณรู้ว่ามรกตเป็นพลอยเนื้ออ่อน คุณยังจะรักมรกตเหมือนเดิมอยู่ไหมครับ

ผมกำลังจะบอกว่า อย่าประเมินคำว่า "พลอยเนื้ออ่อน" ต่ำไปเนอะครับ พลอยทุกชนิดย่อมมีคุณค่าในตัวเองเสมอ #ความรักก็เช่นกัน อ้าววว ไม่เกี่ยว 😂😂😂

สุดท้ายก่อนจะจบ ผมขอย้ำอีกรอบนะครับ ว่า

ความแข็ง (Hardness) เป็นความทนทานต่อการ "ขูดขีด" ซึ่งไม่ได้สัมพันธ์กับการแตกหักแต่อย่างใด วัตถุแข็งลำดับ 8 จะไม่สามารถขูดวัตถุที่แข็งลำดับ 9 ให้เป็นรอยได้ ซึ่งนั้นหมายความว่า จะไม่มีวัตถุไหน ที่สามารถขูดวัตถุที่แข็งลำดับ 10 ให้เป็นรอยได้ นอกจากตัวมันเองที่แข็งลำดับ 10 เท่ากันครับ

แต่เมื่อวัตถุที่แข็งที่สุดตกลงพื้น ก็สามารถแตกได้ครับ เพราะการแตกหัก ไม่ได้สัมพันธ์กับความแข็ง แต่สัมพันธ์กับ "ค ว า ม เ ห นี ย ว" โดยเฉพาะเลยครับผม 🌿

และแล้วก็ดำเนินมาจนถึงหน้าสุดท้าย คอนเทนต์นี้ อาจจะยาวมากไปสักหน่อย หลายท่านอาจจะเบื่อไหมน้า 
สำหรับท่านใด ที่อ่านมาจนถึงหน้านี้ คงมีความเข้าใจเกี่ยวกับเพชร และพลอยมากขึ้น อาจจะเป็นความรู้ใหม่ หรืออาจจะเคยทราบมาก่อนแล้ว ก็ถือว่าทบทวนเนอะครับ

คอนเทนต์หน้า เรามาทำความรู้จัก และสนิทสนม กับเจ้า “พ ล อ ย เ นื้ อ แ ข็ ง” ให้มากขึ้นกันนะครับ 💪💪💪

ท่านใดมีคำถามข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรืออยากให้เขียนเกี่ยวกับเรื่องใดๆเพิ่มเติม สามารถคอมเม้นได้ที่ด้านล่าได้เลยนะครับ และท่านใดสนใจอยากจะติดตามเรื่องราวดีๆ
เหล่านี้ หรือเห็นว่าคอนเท้นต์นี้ มีประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ 
สามารถกดแชร์ได้เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไป สวัสดีครับ 😊

(แต่งและเรียบเรียงโดย วิทวัส มะโนคำ นักอัญมณีวิทยา 
จบจาก มช. รุ่นที่ 50)

Picture Credit :
www.gia.edu
www.gemsociety.org
www.earthtoadornment.com
www.pinterest.com
www.gemselect.com
www.lotusgemology.com
www.michaelabrahamgems.com
www.wooldridgejewelers.com
www.en.wikipedia.org

Reference :
ปัญจวรรณ ธนสุทธิพิทักษ์. อัญมณีวิทยาเบื้องต้น. ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *